Custom Search

วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2553

เที่ยวสวนนงนุช พัทยา/ เที่ยวทั่วไทย ไปได้ทุกเดือน











































































































เที่ยวสวนนงนุช พัทยา

ด้วยมนต์เสน่ห์ของสวนนงนุชแห่งนี้ คงไม่เกินจริงไปสักเท่าไร ถ้าจะเรียกขานพื้นที่แห่งนี้ว่า อาณาจักรแห่งความสุข สวนนงนุชมีพื้นที่ 1,500 ไร่ ตั้งอยู่ที่เมืองพัทยา จ. ชลบุรี เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกของไทยอีกด้วย คุณพิสิทธิ์และคุณนงนุช ตันสัจจา ผู้เป็นเจ้าของได้นำแนวคิด "จัดสวนให้คนมาเที่ยว" โดยการตระเวนดูงานไปตามประเทศต่างๆ จากนั้นกลับมาเนรมิตสวนไม้ดอกไม้ประดับ รวมถึงได้สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไว้บริการนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเที่ยวชมสวน

จากจุดเริ่มต้นนี่เองที่เป็นที่มาของสิ่งปลูกสร้างที่เติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่ได้รับรางวัลดีเด่น ประเภท แหล่งท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการ จากการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 5 ประจำปี 2547 และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับแนวหน้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเข้าเยี่ยมชม

อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท เปิดตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.

ถ้าไม่เข้าชมการแสดงเวที และการแสดงช้าง นะคะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

สวนนงนุชโทร 0-2252—1786, 0-3842-9321


วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ประเพณีผ้าป่าแถว กำแพงเพชร/เที่ยวทั่วไทย ไปได้ทุกเดือน



































ประเพณีผ้าป่าแถว / กำแพงเพชร

ประวัติ / ความเป็นมา

ประเพณีการทอดผ้าป่าแถวของจังหวัดกำแพงเพชร มีประวัติย้อนไปถึงสมัยพุทธกาล เมื่อครั้งที่พระพุทธองค์ยังไม่ได้มีพุทธานุญาตให้ภิกษุรับจีวรจากชาวบ้านได้ ภิกษุทั้งหลาย จึงต้องเที่ยวไปเก็บผ้าที่เจ้าของเขาทิ้งแล้ว เช่น ผ้าเปรอะเปื้อน ผ้าบังสุกุล (ผ้าเปื้อนฝุ่น) หรือผ้าห่อศพ ตามป่าช้า หรือตามป่า ทั่วไป แล้วนำผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยเหล่านั้น มาซักเย็บปะติดปะต่อกัน แล้วย้อมเป็นสบงจีวร สังฆาฏิตามต้องการ

ด้วยเหตุนี้การทำจีวรของพระภิกษุในครั้งนั้น จึงต้องช่วยกันทำหลายรูป และการที่มีพุทธานุญาตให้คนตัดเย็บจีวรเป็นขันธ์ อย่างกระทงนาของชาวมคธ ก็เพื่ออำนวยความสะดวกในการนำผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยมาปะติดปะต่อกันนั่นเอง

เวลาต่อมาชาวบ้านเห็นความยากลำบากของพระสงฆ์ แต่จะนำผ้าไปถวายโดยตรงไม่ได้เพราะยังมิได้มีพุทธานุญาต ผู้มีศรัทธาจึงนำผ้าไปทิ้งไว้ในป่าช้า และตามที่ต่างๆ ที่ไม่ไกลจากกุฏิพระภิกษุ เพื่อให้พระภิกษุไปพบเล้วนำเอาไปทำจีวรได้ตามประสงค์

อนึ่ง ก่อนจะเกิดการ "ทิ้งผ้าตามป่า" มีตำนานพุทธศาสนาในพระธรรมบทขุททกนิกายสคถาวรรค เรื่อง นาคเพทธิดาถวายผ้าป่าแก่พระอนุรุทธเถระว่า คราวหนึ่งพระอนุรุทธเถระผู้เป็นอรหันต์เที่ยวหาบังสุกุลจีวรตามแนวป่า เดินเข้าไปในป่าด้วยใจหวังว่าจะได้พบผ้าสักผืนหนึ่ง ขณะที่พระอนุรุทธรำพึงเช่นนั้น เทพธิดานางหนึ่งซึ่งชาติก่อนเคยเป็นภรรยาของพระอนุรุทธมีศรัทธาปรารถนาจะถวายผ้าบังสุกุลแก่ท่าน จึงนำผ้าทิพย์ลงมาพาดไว้ที่ต้นไม้เตี้ยๆ ต้นหนึ่ง ระหว่างทางที่พระเถระจะเดินผ่าน เมื่อพบเหตุเช่นนั้น พระอนุรุทธแสดงความประหลาดใจ และเมื่อปรารภความถึงเจ้าของไม่มีแล้ว ท่านจึงอธิษฐานเป็นผ้าบังสุกุล

การทอดผ้าป่า รวมทั้งการประดับประดาองค์ผ้าป่าด้วยกิ่งไม้ เอาผ้าทำเป็นรูปลิง ค่าง บ่าง ชะนี หรือผีเปรต ก็เป็นการอุปมาดังกล่าว

กำหนดงาน

ชาวกำแพงเพชรทุกหมู่บ้านและตำบล จะพากันจัดงานบุญ "ทอดผ้าป่าแถว" กัน ทุกวันในช่วงเทศกาลลอยกระทง สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่ www.tat.or.th/festival

กิจกรรม / พิธี

เมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ชาวบ้านแต่ละครัวเรือนจะจัดหากิ่งไม้ 1 กิ่ง เทียนไขหรือเทียนขี้ผึ้งก็ได้ 1 ดอก และ ผ้า 1 ผืน จะเป็นผ้าสบง หรือจัดให้ครบไตรจีวรเลยก็ได้ หรืออาจจะใช้ผ้าอื่นๆ เช่น ผ้าห่ม หรือ ผ้าเช็ดตัวก็ได้ ของสามอย่างอันได้แก่ กิ่งไม้ เทียน และผ้านี้นับว่าสำคัญที่สุด ขาดมิได้ สำหรับการทอดผ้าป่าแถว

นอกจากของ 3 อย่างแล้ว ก็จะจัดเครื่องไทยทานธรรมตามกำลังศรัทธาและทุนทรัพย์ เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง ผลไม้ บริขารของใช้ต่างๆ ที่จำเป็นแก่พระภิกษุสงฆ์ บรรจุในชะลอม กระชุ กระบุงหรือภาชนะอื่นๆ ที่เห็นสมควร บางรายอาจจะตกแต่งภาชนะบรรจุบริขารต่างๆ เหล่านั้นเป็นรูปวิจิตรบรรจงมากมายหลายแบบ ทำเป็นรูปช้างบ้าง รูปศพผีตายบ้างก็มีบางรายเอาผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าขนหนูผืนเล็กพับเป็นรูปชะนีห้อยไว้ที่กิ่งไม้ด้วย บางรายเอาธนบัตรห้อยประดับเพิ่มเข้าไปอีกก็มี

ส่วนทางวัดก็จะจัดเตรียมสถานที่ จัดทำสลากรายนามพระภิกษุทั้งวัด รวมทั้งจากพระวัดอื่นๆ ที่นิมนต์มาร่วมด้วย นอกจากนั้นยังร่วมกับกรรมการวัดและชาวบ้านที่มีฐานะดี จัดหามหรสพต่างๆ เช่นลิเก ภาพยนตร์ ดนตรี ฯลฯ มาเตรียมไว้แสดงในค่ำคืนนั้นด้วย

ครั้นตกกลางคืน เริ่มตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป ชาวบ้านนำองค์ผ้าป่าแถวที่เตรียมไว้มาจัดแจงปักกิ่งไม้ของตนลงในบริเวณลานวัดที่จัดไว้ ให้เป็นแถวเป็นระเบียบเรียบร้อย เสร็จแล้วเอาผ้าพาดไว้บนกิ่งไม้ เอาเครื่องไทยธรรมวางไว้ใต้กิ่งไม้ เมื่อตั้งแถวผ้าป่าเรียบร้อยแล้ว อาจเตรียมตัวไปชมมหรสพต่างๆ เป็นการฆ่าเวลาเสียก่อน

พอถึงเวลาอันสมควร ทายกวัดจะป่าวร้องให้เจ้าของผ้าป่าไปจับสลากรายนามพระภิกษุเมื่อได้รับรายนามพระภิกษุแล้ว เจ้าของผ้าป่าจะเอามากลัดติดไว้กับผ้าที่ห้อยอยู่บนกิ่งไม้ของตนแล้วจุดเทียนปักไว้ใกล้ๆ ผ้าให้พอมองเห็นสลากนามพระภิกษุมาชักผ้าของตน

ถึงตอนนี้ลูกศิษย์พระจะจุดเทียน มาเที่ยวส่องหาชื่อพระอาจารย์ตน เพื่อจะจำไว้ว่าได้ผ้าป่ากี่กอง และอยู่ตรงไหนบ้างเมื่อเวลาชักผ้าจะได้นำอาจารย์ของตนไปถูก ส่วนพระบางรูปที่ไม่มีลูกศิษย์ก็ต้องรอให้ถึงเวลาชักผ้า แล้วเดินมาหาเอาเอง

พิธีชักผ้าป่าก็จะเริ่มเวลาประมาณ 21.00-22.00 น. เมื่อได้เวลาทายกจะเคาะระฆังเป็นสัญญาณนิมนต์พระ มหรสพจะหยุดชั่วคราว ประชาชนที่มาในงานจะอยู่ในความสงบสำรวม พระภิกษุทุกรูปจะครองจีวรมือถือตาลปัตรเดินตามแสงเทียนของลูกศิษย์ ออกไปชักผ้าตามรายนามของท่าน ตามวิธีที่พุทธศาสนาบัญญัติไว้ มองดูเหลืองอร่ามเต็มลานวัดเบื้องล่าง ท่ามกลางแสงเดือนเพ็ญเหลืองลอยทรงกลดอันสวยงามอยู่บนฟ้าเบื้องสูงยิ่งนัก

โดยเฉพาะการทอดผ้าป่าแถวที่วัดบาง และวัดพระบรมธาตุนั้น ทุกปีจะมีกองผ้าป่ามาตั้งมากมายมหาศาลจนลานวัดอันกว้างใหญ่ดูแคบลงทันที พระภิกษุทุกรูปรวมทั้งพระที่ได้รับนิมนต์มาจากวัดใกล้เคียง ต่างได้รับถวายผ้าป่ากันรูปละหลายกอง จนขนเครื่องไทยธรรมกลับวัดแทบไม่ไหว

หลังจากพระภิกษุชักผ้าป่าเรียบรอยแล้ว ลูกศิษย์จะขนเครื่องไทยธรรมกลับกุฏิหรือกลับวัดส่วนพระภิกษุทุกรูปจะไปนั่งรวมกันเป็นระเบียบ ณ ที่ที่ทางวัดจัดไว้ แล้วให้ศีลเจริญพระพุทธมนต์ อวยชัยให้พร อนุโมทนาแก่ผู้บริจาคผ้าป่า เป็นเสร็จพิธีทอดผ้าป่าแถว

สิ้นเสียงพระสงฆ์ มหรสพต่างๆ จะแสดงต่อทันทีถึงตอนนี้ชาวบ้านบางกลุ่มจะเตร็ดเตร่ไปเลือกชมมหรสพที่ตนพอใจ แต่บางกลุ่มก็จะเดินออกจากวัดไปหน้าเมืองสู่ริมแม่น้ำปิง และชักชวนกันลอยกระทงลงบนสายน้ำ โดยคนกำแพงเพชรรุ่นเก่าถือคติในการลอยกระทงว่า เพื่อสักการะบูชาแด่พระมหาเถรอุปคุตเจ้า ซึ่งสถิต ณ ใจกลางทะเลหลวง อันแปลกไปจากคติของท้องถิ่นต่างๆ บ้าง แต่ในปัจจุบันคตินี้คงเลือนไปแล้ว

จะเห็นว่าประเพณีการทอดผ้าป่าแถวของกำแพงเพชรนั้น แปลกกว่าการทอดผ้าป่าธรรมดา หรือการทอดผ้าป่าในท้องถิ่นอื่นๆ ด้วยเหตุว่า ทำกันมาเป็นประเพณีโดยมีต้องนัดหมาย หากพร้อมใจกันนำมาทอดในวันลอยกระทง มีผลทำให้มีคนมาร่วมงานเป็นอันมาก เพราะได้รับความสนุกสนานบันเทิงไปพร้อมกันด้วย และทำให้วันลอยกระทงในท้องถิ่นนี้มีความหมายยิ่งขึ้น


ตลาดบ้านใหม่ ตลาดริมน้ำร้อยปี/เที่ยวทั่วไทย ไปได้ทุกเดือน

ตลาดบ้านใหม่ ตลาดริมน้ำร้อยปี

พื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ถือว่าเป็นจังหวัดหนึ่งที่ชาวแปดริ้วและชุมชนต่าง ๆได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์บ้านเรือนเก่า ๆ ที่สวยงามและมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งมีวิถีชีวิตชุมชนที่มีมนต์เสน่ห์เฉพาะท้องถิ่น ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนที่ตลาดบ้านใหม่และตลาดคลองสวน และในปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางวัฒนธรรมของจังหวัด ฉะเชิงเทรา จุดเด่นของตัวตลาดบ้านใหม่ที่มีวิถีชีวิตเฉพาะถิ่นส่งผลให้เกิดเส้นทางท่อง เที่ยวเชื่อมโยงเป็นหลายเส้นทาง






บริเวณนี้เป็นชุมชนเก่าแก่ มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายจีน ตั้งแต่อดีตที่แห่งนี้มีความคับคั่งด้วยผู้คนที่มาประกอบอาชีพค้าขาย เป็นตลาดบกริมน้ำที่เจริญรุ่งเรืองมากซึ่งจะดูได้จากอาคารบ้านเรือนที่ปลูกสร้างติด ๆ กัน และอยู่ชิดริมน้ำแทบทุกหลัง และเป็นจุดแลกเปลี่ยนสินค้าสำคัญของจังหวัดฉะเชิงเทรา ตลาดบ้านใหม่ เป็นตลาดเก่าอายุกว่า 100 ปี จากหลักฐานที่ปรากฏในจดหมายเหตุ พระราชกิจรายวันในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จ.ศ. 1269 (พ.ศ. 2450) ได้เสด็จมาที่ตลาดบ้านใหม่เมื่อวันเสาร์ เดือนยี่แรมแปดค่ำ ทรงทอดพระเนตรตลาดไปจนสุดตลาด

แม้ว่าวันเวลาผ่านพ้นไปนานเป็นร้อยปีแต่ความสำคัญของตลาดริมน้ำแห่งนี้ก็ยังคง ดำรงอยู่จนถึงปัจจุบันด้วยความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อาคารห้องแถวที่มีอายุยาวนานมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และยังคงสภาพเหมือนเดิมมาจนถึงปัจจุบัน ห้องแถวในตลาดใหม่มากกว่า 60 ห้องยังคงเป็นบ้านไม้แบบโบราณทั้งหมดประตูไม้พับมีช่องทางเดินตรงกลางลักษณะ หน้าบ้านหันหน้าเข้าหากัน ภายในชุมชนตลาดก็ยังมีคนรุ่นคุณปู่คุณย่า อาศัยพำนักอยู่ และยังคงรักษาวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้อย่างน่ายกย่องเป็นภาพวิถีชีวิต ที่คอยบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆในอดีต ให้กับผู้มาเยือนได้เห็นเป็นอย่างดี

เมื่อ พ.ศ. 2547 ชุมชนบ้านใหม่พร้อมใจฟื้นฟูตลาดชุมชนอายุกว่า 100 ปี เปิดตลาดบ้านใหม่ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมวิถีชีวิตย้อนยุค ตลาดบ้านใหม่ เป็นแหล่งรวมอาหารอร่อยเมนูแบบโบราณ ให้เลือกชิมอาหารรสอร่อย เลือกซื้อของฝากจากแปดริ้วในช่วงวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ อีกทั้งอาคารบ้านเรือนทั่วไปได้รับการปรับปรุงให้อยู่ในสภาพดีขึ้น ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางวัฒนธรรมของจังหวัดฉะเชิงเทรา อีกแห่งหนึ่ง

บัตรโดยสารราคาพิเศษ BEST BUY จาก Bangkok Airways

ตลาดบ้านใหม่ ตั้งอยู่ที่ถนนศุภกิจ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เป็นตลาดเก่าอายุกว่า 100 ปี เดิมชื่อตลาดบน แต่เกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ จึงก่อสร้างตลาดใหม่ขึ้นมาแทน ชาวบ้านจึงเรียกว่า "ตลาดบ้านใหม่" ภาพจาก ททท.แนะนำเที่ยวทั่วไทย

บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของชุมชนเก่าแก่ มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายจีน เมื่ออดีตสถานที่แห่งนี้มีความคับคั่งด้วยผู้คนที่มาประกอบอาชีพค้าขาย เป็นตลาดบกริมน้ำที่เจริญรุ่งเรืองมาก ภาพจาก ททท.แนะนำเที่ยวทั่วไทย

เอกลักษณ์เฉพาะตัว อายุสถานที่ที่ยาวนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และยังคงสถาพเหมือนครั้งรุ่นคุณปู่คุณย่าอาศัยพำนักอยู่ ซึ่งคนสมัย ปัจจุบันจะได้ทราบเรื่องราวต่าง ๆ และชมภาพได้จากภาพยนตร์ และละครย้อนยุคของชุมชนชาวไทยจีนที่เข้ามาถ่ายทำที่ ตลาดบ้านใหม่แห่งนี้ เช่น ละครเรื่องอยู่กับก๋ง, เจ้าสัวสยาม ภาพยนตร์เรื่องนางนาค ภาพจาก ททท.แนะนำเที่ยวทั่วไทย

เป็นแหล่งอาหารอร่อย ขนมและของขบเคี้ยวนานาชนิด เป็นที่รวบรวมอาหารรสเด็ดของแปดริ้ว ทั้งอาหารจีน อาหารไทย ที่มีรสชาติตามมาตรฐานอาหารของแต่ละชาติ มีร้านกาแฟโบราณรสชาติเข้มข้นหอมหวาน เป็นที่รวบรวมของฝากที่ต้องแวะซื้อเป็นของฝากก่อนกลับบ้านทุกครั้ง ภาพจาก ททท.แนะนำเที่ยวทั่วไทย

เมื่อปี 2547 ชุมชนบ้านใหม่พร้อมใจฟื้นฟูตลาดชุมชนอายุกว่า 100 ปี เปิด“ตลาดบ้านใหม่” ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดฉะเชิงเทราพร้อมให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมวิถีชีวิตย้อนยุค เลือกชิมอาหารรสอร่อยเลือกซื้อของฝากจากแปดริ้ว ภาพจาก ททท.แนะนำเที่ยวทั่วไทย

ช่วงแรกร้านค้ายังมีจำนวนไม่มากนักจึงเปิดให้เที่ยวชมเฉพาะในช่วงวันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุด นักขัตฤกษ์ เวลาผ่านพ้นไป 2 ปี ความเงียบเหงาของวันวานถูกปรับเปลี่ยนเริ่มกลับมาคึกคักมากขึ้น ภาพจาก ททท.แนะนำเที่ยวทั่วไทย

ตลาดบ้านใหม่ในทุกวันนี้มีความจอแจของทั้งคนซื้อและคนขาย นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดฉะเชิงเทราในวันธรรมดา สามารถที่จะมาเที่ยวชมตลาดเก่าได้ทุก ๆ วัน ภาพจาก ททท.แนะนำเที่ยวทั่วไทย








การเดินทางไปยังตลาดบ้านใหม่ ตลาดริมน้ำร้อยปี

รถยนต์ จากกรุงเทพ ฯ สามารถใช้เส้นทางได้หลายเส้นทาง

ใช้ถนนหมายเลข 304 มีนบุรี – ฉะเชิงเทรา

ใช้ถนนหมายเลข 34 บางนา – ตราด เลี้ยวเข้าถนนหมายเลข 314 บางปะกง – ฉะเชิงเทรา

ใช้ถนนหมายเลข 3 สมุทรปราการ – บางปะกง แล้วต่อด้วยถนนหมายเลข 314 บางปะกง – ฉะเชิงเทรา,

ใช้ถนนมอเตอร์เวย์ กรุงเทพ ฯ – พัทยา เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมายเลข 314 บางปะกง – ฉะเชิงเทรา มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองฉะเชิงเทรา

รถโดยสารประจำทาง จากกรุงเทพ ฯ มีรถประจำทางออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (ถนนกำแพงเพชร 2) และสถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย)

รถไฟ (หัวลำโพง) มีขบวนรถไฟมาฉะเชิงเทราทุกวัน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาโดยรถสาธารณะ จะมีรถโดยสารเล็กจากสถานี สายรอบเมืองวิ่งผ่านวัดโสธร วรารามวรวิหาร

กิจกรรมที่น่าสนใจในตลาดบ้านใหม่ ตลาดริมน้ำร้อยปี

เที่ยวชมตลาดริมน้ำเก่าแก่ที่ดำเนินการต่อเนื่องกันมาเป็นร้อยปี

ชิมอาหาร-ขนม สูตรโบราณรสชาติดั้งเดิม

ซื้อสินค้าของฝากจากตลาดบ้านใหม่

สิ่งน่าสนใจอื่นๆในตลาดบ้านใหม่ ตลาดริมน้ำร้อยปี

ร้านขนมกะลอจี๊ ขนมกง เป็นขนมที่ขายกันในโรงงิ้วเมื่อสมัยก่อน

ขนมถุงทอง ,ขนมกวยสามรส ,ก๋วยเตี๋ยวหลอดตำรับจีนโบราณ

ไข่ระเบิด คือ เอาไข่สามอย่างคือไข่ต้ม ไข่เค็ม ไข่เยี่ยวม้ามาหุ้มด้วยแป้งทอดมันแล้วนำไปทอดสีสันสวยงามรสชาติเยี่ยม

กวยจั๊บน้ำใสน้ำข้น,ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ 14 ไส้ที่ทำให้กินกันแบบร้อน ๆ จากเตาสั่งได้ตามใจชอบ

ผัดไทยโบราณที่ใช้เส้นเล็กผัดรวมกับเครื่องต่าง ๆมากมายรสชาติเข้มข้น,

ข้าวห่อใบบัว มีให้เลือกมากมายหลายหน้าเช่นหน้าหมูแดงไก่ กระเทียม,หน้ากระดูกอ่อน,หน้ากุ้งน้ำแดง,หน้าซีฟู้ด,หน้ารวม,หน้าหมึกผัดไข่ เค็ม

ห่อหมกปลากรายใบจากโดยใช้ใบจากมาเป็นหีบห่อน่ารักและรสชาติดีเลิศหอมใบจาก

ร้านกาแฟโบราณรสชาติเข้มข้นหอมหวาน

น้ำดื่มเพื่อสุขภาพเช่น น้ำรากบัว น้ำจับเลี้ยง น้ำหล่อฮั้งก๊วย

ช่วงเวลาที่เหมาะสม สำหรับการมาท่องเที่ยวตลาดบ้านใหม่ ตลาดริมน้ำร้อยปี

ตลอดทั้งปี






คำแนะนำในการท่องเที่ยว

ชุมชนตลาดบ้านใหม่ตั้งอยู่ที่ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา เปิด ให้บริการแบบเต็มรูปแบบ ในวันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุด นักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เช้าจนเย็น ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 038-515186, 089-2513923

ตลาดบ้านใหม่นอกจากเป็นตลาดเก่าโบราณร้อยปีเป็นแหล่งอาหารอร่อยของเมือง แปดริ้ว แล้วยังตั้งอยู่ในตัวเมืองฉะเชิงเทราใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง เราสามารถเดินทางไปเที่ยวต่อได้ เช่น วัดโสธรวราราม,ปติมากรรมทายระดับโลก, กิจกรรมล่องเรือชมแม่น้ำบางปะกง, วัดจีนประชาสโมสร ,ตลาดร้อยปีคลองสวน

หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ

สำนักงาน ททท.ภาคกลางเขต 8 โทร.0 3731 2282, 0 3731 2284 www.tat8.com

ชมรมรักษ์ตลาดบ้านใหม่ โทร. 0 3881 7336, 08 6148 4513, 08 9881 7161, 08 9666 4266



วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สะพานข้ามแม่น้ำแคว กาญจนบุรี/เที่ยวทั่วไทย ไปได้ทุกเดือน














































สะพานข้ามแม่น้ำแคว กาญจนบุรี

กาญจนบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางที่มีผู้คนนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว เต็มไปด้วยเรื่องราวในอดีตที่น่าสนใจ เป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เป็นสถานที่ตั้งของสะพานข้ามแม่น้ำแควซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของไทยในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็น ป่าเขาลำเนาไพร ถ้ำหรือน้ำตก

กาญจนบุรีอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 129 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 19,473 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่ามีทั้งป่าโปร่งและป่าดงดิบ มีแม่น้ำสำคัญสองสายคือ แม่น้ำแควใหญ่และแม่น้ำแควน้อยซึ่งไหลมาบรรจบรวมกันเป็นแม่น้ำแม่กลองที่บริเวณอำเภอเมืองกาญจนบุรี กาญจนบุรีแบ่งการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอบ่อพลอย อำเภอเลาขวัญ อำเภอพนมทวน อำเภอไทรโยค อำเภอสังขละบุรี อำเภอศรีสวัสดิ์ อำเภอท่ามะกา อำเภอท่าม่วง อำเภอทองผาภูมิ อำเภอด่านมะขามเตี้ย อำเภอหนองปรือ และอำเภอห้วยกระเจา

อาณาเขต

ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดอุทัยธานี จังหวัดตากและสหภาพเมียนม่าร์

ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดราชบุรีและจังหวัดนครปฐม

ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดสุพรรณบุรี

ทิศตะวันตก ติดต่อกับสหภาพเมียนม่าร์

หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ

สำนักงานจังหวัดกาญจนบุรี โทร. 0 3451 1778, 0 3151 2399

ประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี โทร. 0 3451 2410, 0 3451 4756

สำนักงานเทศบาลเมืองกาญจนบุรี โทร. 0 3451 1502-2

ที่ว่าการอำเภอเมืองกาญจนบุรี โทร. 0 3451 1040, 0 3462 2952

สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองกาญจนบุรี โทร. 0 3462 1040-2

โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา โทร. 0 3462 2999, 0 3451 1233

บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร. 0 3451 1387

สถานีขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี โทร. 0 3451 1182

สถานีรถไฟกาญจนบุรี โทร. 0 3451 1285

ตำรวจทางหลวง โทร. 1193

ตำรวจท่องเที่ยว โทร. 1155


สินค้ารวม