Custom Search

วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

อุทยานแห่งชาติคลองลาน/ กำแพงเพชร

อุทยานแห่งชาติคลองลาน/ กำแพงเพชร

ตั้งอยู่ในเขตตำบลคลองลานพัฒนา ตำบลคลองน้ำไหล และตำบลโป่งน้ำร้อน มีเนื้อที่ 187,500 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2525 มีสภาพป่าที่สมบูรณ์ประกอบด้วยป่าเต็งรัง ป่าดงดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณ สัตว์ป่านานาชนิดไม่น้อยกว่า 265 ชนิด 81 วงศ์ เป็นป่าต้นน้ำของลำธารหลายสาย เช่น คลองขลุง คลองสวนหมาก คลองลาน และคลองน้ำไหล ไหลรวมกันสู่แม่น้ำปิง สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบผสมป่าเบญจพรรณ บนเทือกเขาสลับซับซ้อน ภูเขาแต่ละลูกเชื่อมโยงติดต่อกับขุนคลองลานซึ่งเป็นจุดสูงสุดในบริเวณนี้ สูงจากน้ำทะเลประมาณ 1,439 เมตร ช่วงเวลาที่เหมาะจะเดินทางมาท่องเที่ยวคือช่วงเดือนพฤศจิกายน - เดือนกุมภาพันธ์

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ

น้ำตกคลองลาน อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 200 เมตร เกิดจากเทือกเขาขุนคลองลานเขาคลองขลุง และเขาคลองสวนหมาก เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ไหลลงมาจากหน้าผาสูง 100 เมตร กล้าง 40 เมตร และด้านล่างของน้ำตกเป็นแหล่งน้ำที่ลงเล่นน้ำได้ อยู่ห่างจากตลาดคลองลาน 4 กิโลเมตร










สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ

น้ำตกคลองลาน อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 200 เมตร เกิดจากเทือกเขาขุนคลองลานเขาคลองขลุง และเขาคลองสวนหมาก เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ไหลลงมาจากหน้าผาสูง 100 เมตร กล้าง 40 เมตร และด้านล่างของน้ำตกเป็นแหล่งน้ำที่ลงเล่นน้ำได้ อยู่ห่างจากตลาดคลองลาน 4 กิโลเมตร

น้ำตกคลองน้ำไหล (น้ำตกปางควาย) อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 25 กิโลเมตร จากทางหลวงหมายเลข 1117 ตรงหลักกิโลเมตรที่ 35-36 จะมีป้ายบอกทางเข้าอีก 10 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดกลาง มี 9 ชั้น ไหลจากหน้าผาสูง 60 เมตร แต่ละชั้นมีแอ่งน้ำและความสูงต่างกัน ลานหินที่นี่กว้างมาก ลำธารสวยด้วยโขดหิน ในชั้นที่ 3 น้ำตกจะแยกเป็น 2 สาย ดูสวยงาม ทางฝั่งขวาไหลลงสู่แอ่งน้ำกว้างประมาณ 3 เมตร สามารถลงเล่นน้ำได้ มีน้ำไหลตลอดปี

แก่งเกาะร้อย สามารถเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 1117 เมื่อถึงสามแยกโป่งน้ำร้อนจะมีทางลาดยางแยกเข้าไปประมาณ 16 กิโลเมตร แก่งเกาะร้อยมีลักษณะเป็นลำธารจากคลองสวนหมากไหลผ่านซอกแก่งหินตามลำห้วย มองดูคล้ายเกาะเล็ก ๆ อยู่กลางลำน้ำ จากหน่วยพิทักษ์คลองสวนหมาก จะต้องนั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อเข้าไปตามถนนดินลูกรัง ประมาณ 5 กิโลเมตร จะถึงจุดลงแพ คือตาดผาแดง จากนั้นจะล่องแพผ่านผาชมจันทร์ ตาดช่องแคบ ที่สองข้างทางเป็นโขดหินโอบล้อมอยู่ น้ำค่อนข้างแรง จากนั้นจะล่องผ่านแก่งเกาะร้อย บริเวณนี้น้ำจะแรงและมีแก่งมาก ให้ความตื่นเต้นแก่นักล่องแก่งได้พอสมควร ใช้เวลาในการล่องประมาณ 1.5 ชั่วโมง สำหรับความยากในการล่องอยู่ระดับ 2-3 นอกจากนั้นใกล้ ๆ หน่วยพิทักษ์คลองสวนหมากยังมีถ้ำไทรหายโศก ห่างจากหน่วยพิทักษ์ฯ 2 กิโลเมตร ซึ่งอยู่บริเวณใต้ผาชมจันทร์ ในถ้ำจะมีหินงอกหินย้อยและค้างคาวจำนวนมากอาศัยอยู่ และถ้ำยาวสันติสุข ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามและค้างคาวอาศัยอยู่เช่นเดียวกัน ทั้ง 2 ถ้ำ หากสนใจจะไปเที่ยวชม ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ฯ นำทางเข้าไปและต้องเตรียมไฟฉายไปเอง การล่องแก่งเกาะร้อย เวลาที่เหมาะจะล่องคือระหว่างเดือนกันยายน-ธันวาคม เป็นช่วงที่มีน้ำมาก จะทำให้การล่องแก่งมีความสนุกสนานมากขึ้น นอกจากนั้นบริเวณหน่วยพิทักษ์ฯ มีสถานที่กางเต็นท์สำหรับผู้ที่ต้องการจะสัมผัสกับธรรมชาติที่ยังไม่ค่อยมีผู้ใดเข้าไปสัมผัสมากนัก แต่ต้องนำเต็นท์และอุปกรณ์ในการทำอาหารไปเอง เพราะยังไม่มีร้านค้าให้บริการ และหากสนใจจะล่องแก่งเกาะร้อยสามารถติดต่อได้ที่ อุทยานแห่งชาติคลองลาน หรือ บริษัท ฟูจิทัวร์ โทร. 0 2518 0240, 0 2918 6067-8 ชากังราวการท่องเที่ยว โทร. 0 5572 0383










อุทยานแห่งชาติคลองลาน มีบ้านพัก 6 หลังสำหรับผู้ที่ต้องการพักเต็นท์ต้องนำเต็นท์ไปเองโดยเสียค่าธรรมเนียมสถานที่กางเต็นท์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติคลองลาน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร 62180 โทร. 0 5576 6022-3 ติดต่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือสำรองที่พักด้วยตนเองที่ http://www.dnp.go.th

การเดินทาง โดยรถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านจังหวัดนครสวรรค์ มาประมาณ 17 กิโลเมตร ถึงหนองเบนจะมีทางแยกซ้ายมือเข้าอำเภอลาดยาว จากนั้นใช้ทางหลวง 1072 ลาดยาว – คลองลาน ระยะทาง 102 กิโลเมตร ถึงสี่แยกตลาดคลองลานตรงไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ หรือจากตัวจังหวัดกำแพงเพชรใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถึงกิโลเมตรที่ 346 บ้านคลองแม่ลาย ใช้เส้นทางแยกขวาไปอำเภอคลองลาน ตามทางหลวง 1117 สายคลองลานอุ้มผาง ระยะทาง 46 กิโลเมตร ถึงสี่แยกตลาดคลองลาน แยกขวามือไปอุทยานฯ อีก 6 กิโลเมตร เป็นทางลาดยางตลอดสาย หรือนั่งรถโดยสารประจำทางจากสถานีขนส่งจังหวัด หรือรถสองแถวจากท่ารถถนนวิจิตร ใช้รถสายกำแพงเพชร-คลองลาน ลงที่สี่แยกตลาดคลองลานแล้วเหมารถสองแถวหรือมอเตอร์ไซด์ไปยังที่ทำการอุทยานฯ


อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า กำแพงเพชร/เที่ยวทั่วไทย ไปได้ทุกเดือน




อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า

อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า ห่างจากตัวเมืองกำแพงเพชรระยะทางประมาณ 43 กิโลเมตร เป็นผืนป่าที่สมบูรณ์ มีเนื้อที่ 466,875 ไร่ มีไม้สักที่ขึ้นเองตามธรรมชาติอย่างหนาแน่น มีน้ำตกที่สวยงามน่าท่องเที่ยวหลายแห่ง ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2533 นอกจากนั้นใกล้ ๆ อุทยานฯ ยังมีหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยง ซึ่งยังมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบเดิม

อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า มีสถานที่น่าสนใจ อาทิ น้ำตกคลองวังเจ้า ห่างจากที่ทำการ 1.5 กิโลเมตร สูง 20 เมตรน้ำตกคลองสมอกล้วย มี 4 ชั้น ห่างจากที่ทำการ 1.5 กิโลเมตร มีน้ำไหลตลอดปีจุดชมวิวผาตั้ง ห่างจากที่ทำการ 3 กิโลเมตร อยู่ริมทางที่จะไปหมู่บ้านโละโคะ ชมพระอาทิตย์ลับทิวเขาได้ โป่งแก๊สธรรมชาติ มี 2 แห่ง คือทางไปน้ำตกคลองโป่ง และน้ำตกเต่าดำ ประมาณ 1,500 เมตร น้ำตกคลองโป่ง มี 4 ชั้น เป็นน้ำตกหินชนวน สูง 100 เมตร พบกล้วยไม้ประเภทลิ้นมังกรบริเวณน้ำตกได้ การเดินทางต้องค้างคืน 1 คืน น้ำตกเต่าดำ มี 2 ชั้น เป็นน้ำตกใหญ่ที่น้ำไหลดิ่งลงมาจากหน้าผา แต่ละชั้นสูง 200 เมตร ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติฯ 34 กิโลเมตร ทางไปน้ำตกถนนไม่ดีต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อ เส้นทางเดินเท้าศึกษาธรรมชาติ “สวนไผ่” ระยะทาง 2 กิโลเมตร มีพันธุ์ไผ่กว่า 20 ชนิดให้ศึกษาค้นคว้า

อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ และร้านอาหาร ไว้บริการนักท่องเที่ยว

สอบถามข้อมูลได้ที่ อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า ตู้ ป.ณ. 69 ปณจ. กำแพงเพชร 62000 โทร. 0 5576 6006–7, 0 5576 6048 หรือ 0 2562 0760 หรือ www.dnp.go.th

การเดินทาง

การเดินทาง จากกรุงเทพฯ ตามทางหลวงหมายเลข 1 ก่อนถึงตลาดวังเจ้า เลี้ยวซ้ายมือเข้าบ้านโละโคะ ประมาณ 36 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้าย เมื่อถึงสามแยกบ้านเด่นคาเลี้ยวซ้ายตามป้ายอุทยานฯ จะถึงบ้านโละโคะตรงเข้ามา 21 กิโลเมตร บริเวณวัดหนองแดนอีก 7 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ

หรือนั่งรถโดยสารประจำทางที่จะไปจังหวัดตาก ลำปาง เชียงใหม่ ลงที่ตลาดวังเจ้า แล้วต่อรถหนองแดน หรือมอเตอร์ไซค์ก็สามารถมาอุทยานฯ ได้เช่นเดียวกัน

ข้อแนะนำในการเข้าชมโบราณสถาน

- ศึกษาข้อมูลรายละเอียดสถานที่ต่างๆ ก่อนไป ติดต่อวิทยากรผู้ให้ความรู้ เช่น พระ ชาวบ้านในท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ผู้ดูแล

- แต่งกายให้สุภาพ สำรวมกิริยาวาจา ถอดรองเท้า และเก็บให้เรียบร้อยก่อนเข้าโบสถ์ และเขตศาสนสถาน

- ระวังไม่ทำให้โบราณวัตถุ โบราณสถาน แตกหักเสียหาย เดินตามทางเดินที่อนุญาต ไม่จับ สัมผัส อาคารโบราณสถาน โดยเฉพาะส่วนที่เป็นลวดลายแกะสลักหรือภาพเขียนสี ไม่ลักลอบขุดค้นโบราณวัตถุ และโบราณสถาน

- การถ่ายภาพไม่ควรใช้แฟลช เพราะอาจทำให้โบราณวัตถุโบราณสถานเสียหายได้

ข้อแนะนำในการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ เดินป่า

- สอบถามข้อมูลของสถานที่ที่จะไป เพื่อจะได้เตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้พร้อม

- เตรียมอุปกรณ์เดินป่าที่คล่องตัวและจำเป็น เช่น ถุงนอน เต็นท์ ผ้ายางกันฝน ยารักษาโรค ไฟฉาย มีดพก ยาไล่แมลง และเข็มทิศ

- ศึกษาฤดูกาลของธรรมชาติ เช่น ดอกไม้ นกอพยพ เตรียมกล้องส่องทางไกล สมุดบันทึก ดินสอปากกา และแผนที่

- ศึกษาเส้นทางตรวจดูแผนที่ก่อนออกเดินทาง เลือกเส้นทางเดินตามสันเขาจะเดินง่ายกว่าตามหุบเขา และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

แคมป์ปิง

- เตรียมเต็นท์ ถุงนอน ผ้าใบกันฝน อุปกรณ์เครื่องครัว เช่น หม้อสนาม เตาแก๊ส เตาน้ำมัน อาหารแห้ง น้ำดื่ม รองเท้าผ้าใบ และหมวก

- ตรวจสอบทิศทางลมก่อนกางเต็นท์ และกางเต็นท์ต้นลม ส่วนกองไฟ ห้องส้วม ต้องอยู่ใต้ลม กางเต็นท์บนเนินหรือที่สูงอยู่ในที่โล่งริมห้วย

- กวาดเศษหญ้า ใบไม้ ก่อนตั้งแคมป์ เพราะอาจเป็นที่อยู่ของแมลงสัตว์เลื้อยคลานต่าง ๆ

- หาเชื้อฟืนจากเศษไม้ในป่า/คลื่นซัด มาติดหาดและดับกองไฟก่อนเข้านอน ดูแลความสะอาดทุกครั้งที่เก็บแคมป์ให้เหมือนสภาพเดิม

การเดินทาง

การเดินทางโดยรถยนต์ มีให้เลือก 2 เส้นทางด้วยกัน

เส้นทางที่ 1 จาก จ.กำแพงเพชร ไป จ.ตาก ตามถนนสายเอเซีย (A1) ถึงสี่แยกตลาดวังเจ้า เลี้ยวซ้าย เมื่อถึงแยกเด่นคา เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายอุทยานฯ จะไปบรรจบกับเส้นทางที่ 2 บริเวณบ้านหนองแดน ให้เลี้ยวขวาอีก 7 กม. ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า

เส้นทางที่ 2 จาก จ.กำแพงเพชร ไป จ.ตาก ตามถนนสายเอเซีย (A1) ก่อนถึงสี่แยกบ้านวังเจ้าประมาณ 500 ม. แยกซ้ายมือไปบ้านโละโคะ ประมาณ 21 กม. จะบรรจบกับเส้นทางที่ 1 ที่บ้านหนองแดน ตรงไปอีก 7 กม. ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า ทั้งสองเส้นทางสามารถเดินทางโดยสะดวกตลอดทั้งปี


พิพิธภัณฑสถานจังหวัดกำแพงเพชร เฉลิมพระเกียรติ/ศูนย์วัฒนธรรมชาวเขา






พิพิธภัณฑสถานจังหวัดกำแพงเพชร เฉลิมพระเกียรติ

ตั้งอยู่เลขที่ 104/5 ถนนปิ่นดำรห์ อยู่ติดกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกำแพงเพชร ภายในเขตกำแพงเมืองเก่าของจังหวัดกำแพงเพชร เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในพระราชพิธีกาญจนาภิเษก ฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี สร้างด้วยไม้สักเป็นเรือนไทยหมู่แบบเรือนไทยภาคกลาง พิพิธภัณฑสถานจังหวัดกำแพงเพชรฯ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือส่วนของประวัติศาสตร์เมือง ส่วนของมรดกดีเด่น เช่น หินอ่อน แหล่งน้ำมัน และส่วนของชาติพันธุ์วิทยา แสดงถึงชนเผ่าต่างๆ เช่น มูเซอ กะเหรี่ยง ลีซอ การละเล่นพื้นบ้าน เป็นต้น มีห้องโสตทัศนูปกรณ์ และนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ โดยใช้ระบบมัลติมีเดีย มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมพื้นเมืองของจังหวัด ผลิตภัณฑ์ชาวเขาและกลุ่มแม่บ้าน นอกจากนั้นมีศูนย์จริยศึกษา เพื่อฝึกหัดอบรมงานประณีตศิลป์ ศิลปประดิษฐ์ สำหรับเยาวชนในวัยเรียน ซึ่งจะเป็นนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ในจังหวัด โดยจะสอนเกี่ยวกับพุทธศาสนา มรรยาท การแกะสลัก ร้อยมาลัย ซึ่งจะเปิดสอนเฉพาะวันอาทิตย์

และในบริเวณยังมีสวนกล้วย กว่า 200 สายพันธุ์ ซึ่งมีทั้งกล้วยพื้นบ้านไทย และพันธุ์กล้วยนานาชาติ อาทิเช่น กล้วยไข่ กล้วยหอม กล้วยตานีดำ กล้วยคุณหมิง กล้วยหอมแกรนด์เนนม กล้วยพม่าแหกคุก กล้วยน้ำว้าลูกไส้ดำ เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กล้วยน้ำหมาก ซึ่งมีแห่งเดียวในประเทศไทย

พิพิธภัณฑสถานจังหวัดกำแพงเพชรฯ เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 09.00 - 16.30 น. ค่าผ่านประตู 10 บาท ค่าเข้าชมมัลติมีเดีย 250 บาท/คณะ สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 5572 2341-2






ศูนย์วัฒนธรรมชาวเขา

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบลคลองลานพัฒนา อำเภอคลองลาน ห่างจากจังหวัดกำแพงเพชร 60 กม. เป็นแหล่งศูนย์กลางข้อมูลการท่องเที่ยวชาวเขา และรวบรวมวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวเขา จำนวน 6 เผ่า คือ ม้ง เย้า มูเซอ ลีซอ กะเหรี่ยง และลัวะ และมีบ้านพักไว้บริการให้กับนักท่องเที่ยว โดยได้จำลองบ้านของชาวเขาเข้าอยู่ในศูนย์วัฒนธรรมชาวเขาหมู่บ้าน ตลอดทั้งมีพื้นที่กางเต็นท์และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ จัดให้มีการแสดงของเยาวชนเผ่าม้ง เย้า และลีซอ ไว้ให้กับนักท่องเที่ยว ชมวิถีชีวิตของชาวเขาเผ่าต่างๆ และมีสินค้าหัตถกรรมผ้าปักเครื่องเงิน ของชาวเขาจำหน่าย เป็นของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยว ผู้สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดกำแพงเพชร โทร. 0 5578 6250 หรือ สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกำแพงเพชร โทร. 0 5571 1455


อุทยานแห่งชาติแม่วงก์/ จังหวัดกำแพงเพชร

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์/ จังหวัดกำแพงเพชร

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ มีพื้นที่ครอบคลุม 2 จังหวัด คือจังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดนครสวรรค์ เป็นหนึ่งในผืนป่าตะวันตกที่มีพื้นที่ป่าสมบูรณ์มากที่สุดตั้งแต่จังหวัดตากจนถึงจังหวัดกาญจนบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 558,750 ไร่ หรือ 894 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ทิศเหนือของอุทยานฯติดกับอุทยานแห่งชาติคลองลาน ทิศใต้ติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี และทิศตะวันตกติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จังหวัดตาก ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 14กันยายน 2530

ป่าส่วนใหญ่ของอุทยานฯประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบ และป่าเต็งรัง มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญและมีค่ามากมาย เช่น สัก ประดู่ มะค่าโมง ยางแดง เต็ง รัง เป็นตัน นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่าที่หายาก เช่น ช้างป่า กระทิง เสือ กวาง เก้ง หมี แมวลาย และนกต่าง ๆ มากกว่า 305 ชนิด จาก 53 วงศ์ ซึ่งนกบางชนิดพบเพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทย เช่น นกกระเต็นขาวดำใหญ่ นกเงือกคอแดง นกกางเขนดง นกโพระดกหูเขียว และนกพญาปากกว้างหางยาว เป็นต้น ช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวมากที่สุดคือฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์



อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

มีแหล่งท่องเที่ยวที่ต้องเดินป่าระยะไกลซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ดังนั้นเมื่อถึงฤดูกาลท่องเที่ยว ทางอุทยานฯ จะจัดทำตารางกำหนดเวลาเดินป่าระยะไกลประจำปีซึ่งนักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามกติกาการเดินทางอย่างเคร่งครัด และควรติดต่อจองเวลาการเดินทางและขอคำแนะนำในการเตรียมตัวและอุปกรณ์จากเจ้าหน้าที่อุทยานให้พร้อม ทางอุทยานฯ มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว แต่ต้องนำเต็นท์มาเอง สอบถามข้อมูลได้ที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ กิโลเมตรที่ 65 ถนนคลองลาน-อุ้มผาง กิโลเมตรที่ 65 อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร 62180 โทร. 0 5576 6024 0 5576 6027 หรือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เขตบางเขน กรุงเทพฯ

โทร.0 2562 0760 หรือ www.dnp.go.th หรือ ตู้ ป.ณ. 29 อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร 62180









สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจภายในอุทยานฯ

แก่งผานางคอย อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 1,800 เมตร เป็นแก่งหินลำห้วยคลองขลุง จากบริเวณแก่งหินเดินขึ้นไปประมาณ 350 เมตร จะถึงน้ำตกผานางคอย เป็นน้ำตกเล็ก ๆ มี 4 ชั้น และบริเวณใกล้น้ำตกสามารถกางเต็นท์พักแรมได้ด้วย

จุดชมวิว กม. ที่ 81 จากที่ทำการอุทยานฯ ไปตามถนนคลองลาน-อุ้มผาง ประมาณ 16 กิโลเมตร จะถึงบริเวณหน้าผา เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพของป่ารอบ ๆ ได้อย่างสวยงาม บริเวณนี้สามารถกางเต็นท์พักแรมได้

ช่องเย็น กม. ที่ 93 อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 28 กิโลเมตร เป็นจุดสูงสุดของถนนคลองลาน-อุ้มผาง สูง 1,340 เมตร จากระดับน้ำทะเล มีสายลมพัดผ่านและหมอกปกคลุมอยู่เสมอ อากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี และเป็นที่ดูพระอาทิตย์ตกได้อย่างสวยงามอีกจุดหนึ่ง สภาพป่าทั่วไปเป็นป่าดิบเขา มีกล้วยไม้หายาก เช่น สิงโตกลอกตา เฟิร์น มหาสดำ มีนกหายาก เช่น นกเงือกคอแดง นกภูหงอนพม่า นกพญาปากกว้างหางยาว และนกหัวขวานใหญ่หงอนเหลือง นกเหล่านี้จะพบเห็นได้บริเวณบ้านพัก บริเวณ “ช่องเย็น” มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการ แต่จะต้องเตรียมอุปกรณ์มาเอง คือ ผ้าพลาสติก เสื้อกันหนาว ตะเกียงหรือไฟฉาย เพราะไม่มีไฟฟ้าหรือเตาแก๊สสำหรับการปรุงอาหาร โลชั่นกันแมลง และถุงสำหรับนำขยะลงไปทิ้ง เพราะช่องเย็นไม่สามารถกำจัดขยะได้ เส้นทางขี้น-ลง

“ช่องเย็น” เป็นทางเลียบหน้าผาทางแคบรถไม่สามารถสวนกันได้ ทางอุทยานฯ จึงได้กำหนดเวลาขึ้น-ลง คือ เวลาขึ้น 05.00-06.00 น. 09.00-10.00 น. และ 13.00-14.00 น. เวลาลง 07.00-08.00 น. 11.00-12.00 น. และ 15.00-16.00 น.

ยอดเขาโมโกจู เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และสูงที่สุดในผืนป่าตะวันตก ห่างจากอุทยานฯ ประมาณ 27 กิโลเมตร เป็นยอดเขาที่นักนิยมการท่องเที่ยวแบบเดินป่า ปีนเขา ต้องการที่จะไปเยือนสักครั้ง ด้วยความสูง 1,964 เมตร คำว่า “โมโกจู” เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า เหมือนฝนจะตก เนื่องจากบนยอดเขามักถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกและมีอากาศหนาวเย็นตลอดเวลา ผู้สนใจจะไปสัมผัสยอดเขาโมโกจู ต้องเตรียมความพร้อมของร่างกายเพราะจะต้องขึ้นเขาที่มีความลาดชันไม่ต่ำกว่า 60 องศา ใช้เวลาในการเดินทางไป-กลับ 5 วัน และต้องพักแรมในป่าตามจุดที่กำหนด นอกจากนั้นควรศึกษาสภาพเส้นทาง สภาพอากาศ และติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางก่อนจากทางอุทยานฯ ก่อนตัดสินใจจะไปสัมผัส “โมโกจู” ช่วงที่จะเปิดให้เดินขึ้นยอดเขาโมโกจู คือเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์

น้ำตกแม่กระสา เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มี 9 ชั้น สูง 900 เมตร อยู่ห่างจากอุทยานฯ ประมาณ 18 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินเท้าไป-กลับ 3-4 วัน

น้ำตกแม่รีวา อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 21 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่สวยงามมาก มี 5 ชั้น รถเข้าไม่ถึงเช่นเดียวกันต้องใช้เวลาในการเดินทางไป-กลับ 2 วัน

น้ำตกแม่กี เป็นน้ำตกที่ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับน้ำตกแม่รีวาและน้ำตกแม่กระสา มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาถนนธงชัย การเข้าไปยังน้ำตกต้องเดินเท้าเวลาไป-กลับ 3-4 วัน

น้ำตกนางนวลและน้ำตกเสือโคร่ง อยู่บริเวณ กม.ที่ 99 ของถนนคลองลาน-อุ้มผาง น้ำตกนางนวลต้องไต่เขาลงไปประมาณ 200 เมตร สำหรับน้ำตกเสือโคร่ง ต้องเดินไป 1 กิโลเมตร การเดินทางเข้าไปน้ำตกทั้งสองแห่งต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้ง

นอกจากนั้นอุทยานฯ ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกนางนวล ระยะทาง 6.4 กิโลเมตร และเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกธารบุญมี ซึ่งใช้เวลาในการเดิน 2 ชั่วโมง สามารถศึกษาพันธุ์ไม้ชนิดต่าง ๆ และพันธุ์นกต่าง ๆ ที่หาดูได้ยากอีกด้วย










การเดินทาง

จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 เลี้ยวซ้าย กม.ที่ 338 เข้าทางหลวงหมายเลข 1117สายคลองลาน-อุ้มผาง เมื่อถึงสี่แยกเข้าคลองลานให้ตรงไปอีก 19 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ แต่หากใช้ทางหลวง 1072 ลาดยาว-คลองลาน เมื่อถึงสี่แยกตลาดคลองลานแล้วให้เลี้ยวซ้ายไปที่ทำการอุทยานฯ หรือ นั่งรถโดยสารปรับอากาศ กรุงเทพฯ- คลองลาน ลงที่ตลาดคลองลาน แล้วเหมารถสองแถวหรือรถมอเตอร์ไซด์ไปอุทยานฯ ได้เช่นเดียวกัน



อำเภอสัตหีบ ชลบุรี/เที่ยวทั่วไทย ไปได้ทุกเดือน

อำเภอสัตหีบ

เป็นอำเภอเล็ก ๆ ตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรีห่างจากตัวเมืองชลบุรี 85 กิโลเมตร ความสำคัญของสัตหีบคือเป็นเมืองแห่งฐานทัพเรือและเป็นฐานทัพเรือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ที่ตั้งและอาณาเขต

อำเภอสัตหีบเป็นอำเภอใต้สุดของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับพื้นที่ข้างเคียงดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอบางละมุง

ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอบ้านฉาง (จังหวัดระยอง)

ทิศใต้ จรดอ่าวไทย

ทิศตะวันตก จรดอ่าวไทย













เหตุการณ์สำคัญ

19 เมษายน พ.ศ. 2509 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเรือใบ ประเภทโอเคขนาด 13 ฟุต ชื่อ "เวก้า" (VEGA) จากวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่เวลา 04.28 น. ข้ามอ่าวไทยไปยังอ่าวเตยงาม ซึ่งมีระยะทางประมาณ 60 ไมล์ทะเล ด้วยพระองค์เองเพียงลำพัง ซึ่งทรงใช้เวลาในการแล่นใบในครั้งนี้ถึง 17 ชั่วโมงเต็ม โดยเสด็จถึงอ่าวเตยงามเมื่อเวลา 21.28 น. โดยได้ทรงนำธง "ราชนาวิกโยธิน" ข้ามอ่าวไทยมาด้วย หลังเสด็จถึง ทรงปักธง "ราชนาวิกโยธิน" เหนือยอดก้อนหินใหญ่ที่ชายหาดของอ่าวเตยงาม ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยบนแผ่นศิลาจารึก เพื่อเป็นสิริมงคลและเพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่กองทัพเรือสืบไป











สถานที่ท่องเที่ยวในสัตหีบ

1.เที่ยวชมธรรมชาติที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาชีโอน

2.ดำน้ำชมปะการังที่เกาะขาม

3.เที่ยวชายทะเลตำบลบางเสร่

4.พระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผาเขาชีจรรย์

5.เยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์พันธ์เต่าทะเล

6.เที่ยวชมธรรมชาติที่สวนนงนุช

7.เที่ยวทะเลที่หาดเตยงาม

8.เที่ยวชมเรือจักรีนฤเบศร

9.เที่ยวทะเลที่หาดนางรำ

10.เที่ยวทะเลที่หาดทรายแก้ว

11.เที่ยวทะเลที่หาดเทียนทะเล

12.ชมศิลปกรรมล้ำค่าที่อเนกกุศลศาลา

13.ชมวิถีชาวบ้านที่หมู่บ้านแสมสาร

14.เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย

15.ชายหาดสวยและสงบที่บ้านอำเภอ

16.โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนืองมาจากพระราชดำริฯ เกาะแสมสาร









แนะนำการเดินทางจาก กรุงเทพ มาอำเภอสัตหีบ โดยรถยนตร์ส่วนตัว

การเดินทางจากกรุงเทพมหานครมายังอำเภอสัตหีบนั้น หากท่านที่ใช้รถยนตร์ส่วนตัวในการเดินทางท่านอาจจะใช้เส้น

ทางถนนสายบางนา-ตราด เป็นทางหลวงหมายเลข 34 ตามแผนที่ด้านล่างนี้ ขับรถผ่านจังหวัดชลบุรี ผ่านอำเภอศรีราชา

ผ่านเมืองพัทยาโดยใช้เส้นทางถนนสุขุมวิทเป็นหลักจนถึงอำเภอสัตหีบหรือใช้เส้นทางถนนเลี่ยงเมืองไปใช้ ถนนวงแหวน

รอบนอก เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดโดยในแผนที่จะมีสัญลักษณ์สีแดงซึ่งแทนถนนวงแหวนรอบนอกด้านตะวันออก

ถนนกรุงเทพ-ชลบุรี(สายใหม่) ซึ่งก็สะดวกดีครับแผนที่ด้านล่างนี้แม้มันจะเก่า แม้มันจะแก่เหมือนผมแต่ก็ยังใช้ได้อยู่ครับ.


สินค้ารวม