Custom Search

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2552

บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง (บึงสาป)/เที่ยวทั่วไทยไปได้ทุกเดือน


บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง (บึงสาป)

ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 3 ตำบลลานดอกไม้ อำเภอเมือง ห่างจากตัวเมืองไปตามถนนสายกำแพงเพชร-พรานกระต่าย(ทางหลวงหมายเลข 101) ประมาณ 13 กม. แยกซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 12 กม. มีลักษณะเป็นน้ำพุร้อนเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ผุดขี้นมาจากใต้ดิน จำนวน 5 จุด มีความร้อนประมาณ 40-65 องศาเซลเซียส ซึ่งจากการตรวจสอบของกระทรวงสาธารณสุขปรากฏว่าไม่มีสารปนเปื้อนและเชื้อโรค อันตรายเกินมาตรฐานแต่อย่างใด

ปัจจุบันบ่อน้ำพุร้อนพระร่วง มีการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์โดยรอบให้มีความสวยงามเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อสุขภาพ และสำหรับพักผ่อน มีการจัดสถานที่สำหรับให้บริการอาบน้ำแร่ อ่างอาบน้ำร้อน อ่างแช่และนวดฝ่าเท้า และนวดแผนโบราณในบริเวณบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ด้วย

สอบถามเพิ่มเติมที่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร โทร. 0 5570 1379









วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2552

พาเที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ บางแสน/เที่ยวทั่วไทย ไปได้ทุกเดือน


พาเที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ บางแสน/ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา

สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล บางแสน มหาวิทยาลัยบูรพา

169 ถ.ลงหาดบางแสน ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี 20131

โทรศัพท์ : 0-3839-1671-3 แฟ็กซ์ : 0-3839-1674

ผมเชื่อว่าใครที่ผ่านชีวิตในวันเด็กมาต้องเคยไปเที่ยวสวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์สัตวน้ำมาก่อนในตอนเด็ก เป็นอะไรที่ตื่นตาตื่นใจมากเมื่อผมได้มาที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำครั้งแรกในตอนเด็กๆได้เห็นปลาสวยๆ สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลรูปร่างแปลกๆ คะเนดูแล้วอาจจะเกือบ 20 ปีแล้วซินับแต่ครั้งที่ไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ บางแสน จนถึงล่าสุดที่ไป

วันนี้ผมจะพาไปชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ บางแสน หรือถ้าจะเรียกชื่อเต็มก็คือ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา ไม่มีอะไรมากครับแค่คิดถึงบรรยากาศแบบเด็กๆ สำหรับทริปนี้ผมขับรถไปเองเช่นเคย จากกรุงเทพฯใช้เส้นสุขุมวิทหรือมอเตอร์เวย์ก็ได้ แล้วมุ่งหน้าไปทางบางแสน พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจะอยู่ทางซ้ายมือ ก่อนถึงหาดบางแสน มีที่จอดรถเยอะมากครับ






ราคาบัตรเข้าชม

ชาวไทย ผู้ใหญ่ 30 บาท, เด็ก 15 บาท, นิสิต นักศึกษา นักเรียน ในเครื่องแบบ 15 บาท

ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท, เด็ก 50 บาท

เมื่อบัตรพร้อมแล้วก็เข้าไปชมข้างในกันครับ เริ่มที่ชั้นล่างก่อน ชั้นล่างจะเป็นตู้ปลา โดยจำลองบรรยากาศให้เหมาะสมกับปลาชนิดนั้น มีปลาสวยงามอยู่หลายชนิดด้วยกัน เริ่มกันที่ตู้แรก อาจจะดูมืดๆไปหน่อยนะครับ ไม่อยากเปิดแฟลชให้แสงรบกวนปลา

สำหรับใครที่อยากดูการแสดงดำน้ำให้อาหารปลาตู้ใหญ่เข้าไปดูได้ตามเวลานี้ครับ

วันธรรมดา (อังคาร-ศุกร์) 14.30

วันหยุดราชการ 10.30 , 14.00















เบอร์ติดต่อ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา (พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ บางแสน) (038) 391671-3 ต่อ 184,126 ได้ทุกวัน ไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น.



เที่ยวชม เรือหลวงจักรีนฤเบศร/เที่ยวทั่วไทย ไปได้ทุกเดือน

เที่ยวชม เรือหลวงจักรีนฤเบศร สัตหีบ แผนที่ท่าเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ

สำหรับใครที่มาเที่ยวสัตหีบ หลังจากเล่นน้ำทะเลกันเต็มที่แล้ว ก็จะมาชมความยิ่งใหญ่ของเรือหลวงจักรีนฤเบศรกันต่อ ถ้ามาจากหาดนางรำเพียง 10 นาทีก็ถึง ท่าเรือน้ำลึกจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ บอกทหารที่ป้อมว่ามาชมเรือหลวงจักรีนฤเบศร ในยามปกติเรือหลวงสิมิลันจะจอดอยู่กับเรือหลวงจักรีนฤเบศร

สามารถขับรถเข้ามาที่ท่าเรือได้เลย มีที่จอดกว้างขวาง จอดรถเสร็จเดินไปอีกนิดเดียวก็เจอทางเข้าแล้ว

ข้อปฏิบัติการเยี่ยมชม ร.ล.จักรีนฤเบศร

1. ร.ล.จักรีนฤเบศร เปิดให้เยี่ยมชมระหว่างเวลา 09.00 น. – 17.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
2. เรือรบเป็นสถานที่ราชการ โปรดแต่งกายสุภาพ และงดสูบบุหรี่
3. ห้ามนำกระเป๋าสัมภาระ กระเป๋าหรืออาหาร เครื่องดื่ม สัตว์เลี้ยง และกล้องวีดีโอขึ้นบนเรือ
4. ห้ามพกอาวุธ และวัตถุอันตรายขึ้นบนเรือโดยเด็ดขาด
5. ชาวต่างประเทศไม่อนุญาตให้เยี่ยมชมเรือ (Foreign visitors require permission from Royal Thai Navy)
6. การเยี่ยมชมเรือให้ใช้เส้นทางเยี่ยมชม เฉพาะบริเวณที่กำหนดเท่านั้น และโปรดปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
7. โปรดแสดงบัตรประจำตัวประชาชน/บัตรประจำตัวข้าราชการกับเจ้าหน้าที่
8. บุคคลซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตราย และไม่สามารถปฏิบัติตามข้อปฏิบัติดังกล่าวได้ เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้เยี่ยมชมเรือ


















ประวัติความเป็นมา

เมื่อครั้งเกิดพายุไต้ฝุ่นเกย์ในอ่าวไทยบริเวณ จังหวัดชุมพรในปี พ.ศ.2532 กองทัพเรือ ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการหลักในการค้นหา และช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ได้ใช้เรือและอากาศยาน ในการค้นหาและช่วยเหลือผู้ ประสบภัย ซึ่งประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ฐานขุดเจาะก๊าซธรรมชาติกลางอ่าวไทยและชาวประมงแต่มีขีดจำกัดในการปฏิบัติการ อันเนื่องจากเรือขนาดใหญ่ที่สุดที่กองทัพเรือมีอยู่ขณะนั้น ไม่สามารถทนสภาพทะเลเมื่อครั้งพายุไต้ฝุ่นเกย์ได้ ทำให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยกระทำได้ด้วยความยากลำบากและไม่ได้ผลตามที่กองทัพเรือต้องการ ประกอบกับภารกิจของกองทัพเรือในการปกป้องอธิปไตยและรักษาผลประโยชน์ของชาติ ทางทะเล ซึ่งในปัจจุบันเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศไทย ได้ขยายออกไปถึง 200 ไมล์ทะเล

การมีเรือขนาดใหญ่พร้อมอุปกรณ์ทันสมัยจะสามารถใช้ในการค้นหา และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเลได้อย่างรวดเร็วและทันเหตุการณ์ ตลอดจนการมีเฮลิคอปเตอร์ประจำการบนเรือจะช่วยขยายพื้นที่ในการลาดตระเวน และระยะเวลาในการปฏิบัติการในทะเลได้เป็นเวลานานและมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

กองทัพเรือจึงได้มีแนวความคิด ในการสร้างเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ เพื่อให้สามารถบรรลุภารกิจตามความมุ่งหมาย และได้ทำการศึกษาความเป็นไปได้ ในการจัดหาเรือและการปฏิบัติภารกิจของเรือ จนกระทั่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ 17 มีนาคม 2535 อนุมัติให้กองทัพเรือว่าจ้างสร้างเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ ในลักษณะรัฐบาลต่อรัฐบาล จำนวน 1 ลำ จากบริษัทบาซาน ประเทศสเปน ในวงเงินประมาณ 7,100 ล้านบาท และกองทัพเรือได้ลงนามในสัญญาว่าจ้างสร้างเรือเมื่อ 27 มีนาคม 2535







ภายในเรือจักรีนฤเบศรประกอบด้วยห้องต่างๆ ทั้งส่วนที่ใช้ปฏิบัติงาน และห้องพัก รวมกว่า 600 ห้อง โดยมีส่วนหลักๆ ดังนี้

สะพานเดินเรือ เป็นศูนย์กลางการปฏิบัติงานของเรือ

หอบังคับการบิน

ห้องควบคุมการจราจรทางอากาศ

ห้องอุตุนิยมวิทยา

ห้องควบคุมดาดฟ้าบิน

ห้องบรรยายสรุปการบิน

ห้องศูนย์ยุทธการ

ห้องครัว

โรงพยาบาล ขนาด 15 เตียง มีส่วนสำคัญคือห้องผ่าตัด ทันตกรรม และเอกซเรย์

การเข้าเยี่ยมชม

บุคคลทั่วไปสามารถติดต่อขอเยี่ยมชมเรือหลวงจักรีนฤเบศรได้ โดยติดต่อแจ้งวันเวลา และจำนวนบุคคลในคณะที่จะมาเยี่ยมชม และส่งจดหมายไปถึงผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ กองเรือยุทธการ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 20180 (วงเล็บมุมซอง เยี่ยมชมเรือ) หรือโทรศัพท์ 02 466 1180 ต่อ 065 - 1371 (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของเรือ)



วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ข้อมูลเกี่ยวกับองค์กร ประวัติ ททท./เที่ยวทั่วไทย ไปได้ทุกเดือน












ข้อมูลเกี่ยวกับองค์กร ประวัติ ททท.

การส่งเสริมการท่องเที่ยว เกิดขึ้นโดยพระดำริของพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ครั้งทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการรถไฟ ได้มีการส่งเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองไทยไปเผยแพร่ในสหรัฐอเมริกา ใน พ.ศ. 2467 ได้มีการจัดตั้งแผนกโฆษณาของการรถไฟขึ้น ทำหน้าที่รับรอง และ ให้ความสะดวก แก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาประเทศไทย รวมทั้งการโฆษณาเผยแพร่ประเทศไทย ให้เป็นที่รู้จักของชาวต่างประเทศ มีสำนักงานตั้งอยู่ที่กรมรถไฟ เชิงสะพานนพวงศ์ ต่อมาได้ย้ายมาตั้งที่สถานีรถไฟหัวลำโพง เมื่อพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ทรงย้ายไปดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์ และคมนาคม งานด้านส่งเสริมการท่องเที่ยว ได้ย้ายไปอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ และคมนาคมด้วย แต่ยังคงทำงานร่วมกับกรมรถไฟ มีสำนักงานตั้งที่ถนนเจริญกรุง หน้าไปรษณีย์กลาง

การส่งเสริมการท่องเที่ยวได้เริ่มขึ้นอย่างชัดเจนใน พ.ศ. 2479 เมื่อ กระทรวงเศรษฐการ เสนอโครงการบำรุงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศสยามต่อคณะรัฐมนตรี โดยเสนอแผนและวัตถุประสงค์ของการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 3 ประการ คือ

1. งานโฆษณาชักชวนนักท่องเที่ยว

2. งานรับรองนักท่องเที่ยว

3. งานบำรุงสถานที่ท่องเที่ยวและที่พัก

ในการเสนอโครงการนี้ กระทรวงเศรษฐการได้เสนอให้จัดเป็นรูปของสมาคมการท่องเที่ยว คณะรัฐมนตรีประชุมปรึกษา เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2479 มีมติรับหลักการของการบำรุงอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แต่ไม่รับหลักการในการจัดตั้งให้เป็นรูปสมาคม ได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง ดำเนินงานโดยให้กระทรวงเศรษฐการ เป็นเจ้าของเรื่อง กระทรวงเศรษฐการได้มอบงานนี้ให้กรมพาณิชย์ เป็นผู้จัดทำเพราะกรมพาณิชย์มีแผนกส่งเสริมพาณิชย์ และท่องเที่ยวอยู่กระทรวงเศรษฐการได้ดำเนินการเรื่องนี้ต่อมาจนเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้น และสำนักงานถูกระเบิด จึงเลิกกิจการไปชั่วคราว

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2492 คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเห็นควรปรับปรุงหน่วยงานท่องเที่ยวขึ้นใหม่ จึงได้มีมติให้กรมโฆษณา การยกร่างโครงการปรับปรุงหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ในการประชุม เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2492 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้กรมโฆษณาการพิจารณาส่งเสริมการท่องเที่ยว กรมโฆษณาการได้ทำความตกลงกับกระทรวงเศรษฐการ ซึ่งในสมัยนั้นมีชื่อว่า กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม ขอโอนกิจการส่งเสริมการท่องเที่ยว จากกระทรวงพาณิชย์และคมนาคมมาอยู่กับกรมโฆษณาการ สำนักนายกรัฐมนตรี และให้เรียกส่วนงานนี้ว่า "สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยว" ใช้งบประมาณของกรมโฆษณาการเป็นงบประมาณค่าใช้จ่ายของสำนักงานนี้ ต่อมากรมโฆษณาการได้พิจารณาเห็นว่ากิจการส่งเสริมการท่องเที่ยวกำลังตื่นตัวในประเทศไทยมาก จึงได้จัดตั้งสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีฐานะเทียบเท่ากอง เรียกว่า "สำนักงานท่องเที่ยว" โดยพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกรมโฆษณาการในสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2493

ใน พ.ศ. 2501 เมื่อจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ไปพักรักษาตัวอยู่ ณ โรงพยาบาลวอลเตอร์รีด สหรัฐอเมริกา ได้ศึกษากิจการท่องเที่ยวด้วยความสนใจ และได้ดำริที่จะส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศอย่างจริงจัง ในปีต่อมาเมื่อจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีประกาศพระราชกฤษฎีกาจัดแบ่งส่วนราชการ กรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. 2502 โดยตัด "สำนักงานท่องเที่ยว" ออก แล้วจัดตั้งขึ้นเป็นองค์การอิสระ เรียกว่า "องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย"มีชื่อย่อว่า "อ.ส.ท."โดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยว พ.ศ. 2502

ในระยะแรกสถานที่ทำการขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้อาศัย อาคารของกรมประชาสัมพันธ์เป็นสำนักงาน ต่อมาได้ย้ายมาเปิดดำเนินงาน ณ สำนักงานถนนศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2503 ได้ประกอบพิธีเปิด "องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย" เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2503

องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยว พ.ศ. 2502 นั้น มีหน้าที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นส่วนใหญ่ ต่อมาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้ขยายตัวอย่างกว้างขวางรวดเร็ว จำเป็นต้องปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของ อ.ส.ท. ให้มีขอบเขตการปฏิบัติงานกว้างขวางยิ่งขึ้นทั้งในด้านการพัฒนา อนุรักษ์ทรัพยากรทางการท่องเที่ยว และ การส่งเสริมเผยแพร่ จึงได้มีการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ ร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อให้ หน่วยงานการท่องเที่ยวของรัฐ มีอำนาจหน้าที่และรับผิดชอบในการพัฒนาส่งเสริมเผยแพร่ และ ดำเนินกิจการ เพื่อเป็นการริเริ่มให้มีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ตลอดจนคุ้มครองให้ความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวด้วย สภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งทำหน้าที่รัฐสภาในการประชุมครั้งที่ 41 วันศุกร์ที่ 20 เมษายน 2522 ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติทั้ง 2 ฉบับ แล้วปรากฏว่า ร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบธุรกิจ เกี่ยวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไม่ผ่านการพิจารณา ส่วนพระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ผ่านการพิจารณาประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่มที่ 96 ตอนที่ 72 วันที่ 4 พฤษภาคม 2522 จัดตั้ง "การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย" ขึ้น มีชื่อย่อว่า "ททท."


วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2552

อำเภอปาย แม่ฮ่องสอน /เที่ยวทั่วไทย ไปได้ทุกเดือน / yayakungc9

อำเภอปาย แม่ฮ่องสอน

ปาย เมืองเล็ก ๆ ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยขุนเขา สูงตระหง่านเป็นรอยต่อชายแดนไทย-พม่า ฤดูหนาวอากาศเย็นจัด เมืองเล็กๆแห่งนี้มักปกคลุมด้วยสายหมอก ละอองน้ำจางๆยามเช้า บรรยากาศอันเงียบสงบ ทุ่งนาสีเขียว ท้องฟ้าสีคราม กับแสงแดดอุ่นๆ ที่ทอดผ่านม่านหมอกหนา แลเห็นต้นสนไม้ยืนต้นเมืองหนาวสูงใหญ่เป็นทิวแถวตามเชิงเขา วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คน ด้วยความเป็นเอกลักษณ์นี้ ปายได้ดึงดูดนักเดินทางรวมทั้งตัวผมเองให้มาสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งนี้ ช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว คือ ปลาย พ.ย. ถึง มี.ค. อากาศดีมาก

ข้อมูลเพิ่มเติม จากทริปล่าสุด หลังน้ำท่วมใหญ่ที่ปาย สองรอบในปลายปี 48 นี้ ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่า 30 ปีจะมีสักครั้ง แต่ปี 48 โดนไปถึงสองครั้งติดๆกัน ที่ราบบางตอนน้ำท่วมถึงเอวทีเดียว น้ำเริ่มเปลี่ยนทิศทาง เอากองดินเลนและตะกอนมาจำนวนมาก ทางการกำลังเตรียมขุดล่องน้ำและรีบทำให้กลับสู่สภาพเดิมในปี48-49 นี้

ถึงกระนั้นก็ตามล่าสุด พ.ย.48 นี้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติก็ไม่น้อยลงเลยแต่กลับมาเที่ยวมากขึ้นทั้งรายใหม่และรายเก่า มีรีสอร์ทกำลังสร้างใหม่เป็นจำนวนมากเพื่อรอรับนักท่องเที่ยว

อำเภอปายตั้งอยู่ในจังหวัด แม่ฮ่องสอน เป็นเมืองก่อนประวัติศาสตร์ที่มีคนตั้งถิ่นฐาน เป็นเมืองเก่าแก่ สำคัญสมัย ล้านนา แต่เดิมตั้งอยู่ท ี่ตำบลเวียงเหนือเป็นเมืองเก่าแก่มาช้านาน ในสมัยราชวงศ์มังราย ซึ่งมีเมืองเชียงใหม่ เป็น ศูนย์กลาง ต่อมาอำเภอปาย ได้ร้างไปพร้อมกับเมืองเชียงใหม่ เมืองปายได้ฟื้นฟูเป็นหมู่บ้านและพัฒนาเป็น อำเภอ ปายโดยมีผู้คนหลายกลุ่มชาติพันธุ์อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ ตามประวัติความเป็นมาอณาจักรล้านนาเรียกอำเภอปายว่า "บ้านดอน" ทั้งนี้เนื่องจากมีที่ตั้งอยู่บนดอนมีป่าไม้ไผ่ล้อมรอบ มีแม่น้ำไหลผ่าน 2 สาย คือ แม่น้ำปายและแม่น้ำเมือง และมี มีหลักฐานว่า เจ้าเมืองคนแรกคือ ขุนส่างปายและในสมัย พระเจ้าโหตรประเทศ พระราชาธิบดี เจ้าผู้ครองนคร เชียงใหม่ ส่ง เจ้าแก้วเมือง ออกสำรวจชายแดน ได้พบว่าภูมิประเทศน่าสนใจ จึงแนะนำให้ขุนส่างปาย ย้ายเมืองมา ตั้งฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปายเพราะที่ราบกว้างขวาง ผู้คนจึงเรียกเมืองใหม่ ว่า เวียงใต้ ส่วนเมืองเก่าเรียกว่า เวียงเหนือ

ปัจจุบันอำเภอปายมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ วัดกลาง น้ำตกหมอแปง หมู่บ้านกะเหรรี่ยงแม่ปิง วัดน้ำฮู เจดีย์พระธาตุแม่เย็น น้ำตกแม่เย็น โป่งน้ำร้อนท่าปาย กองแลน สะพานประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ห้วยจอกหลวง โป่งน้ำร้อนเมืองแปง เป็นต้น




















สินค้ารวม